กิฟุ (Gifu)
เมืองเล็กๆอันเงียบสงบและรายล้อมไปด้วยธรรมชาติที่ยังคงอุดมสมบูรณ์ อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของนาโงย่า มีอุตสาหกรรมผลิตเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายทันสมัย จึงดึงดูดนักช้อปปิ้งชาวต่างชาติได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ในหมู่นักเที่ยวชาวญี่ปุ่นกันเองยังรู้กันเป็นอย่างดีว่า ที่นี่มีอุอากิ (Uaki) หรือการจับนกกาน้ำ กีฬาซึ่งมีความเก่าแก่ถึง 200 ปีในแม่น้ำคิโซ, อิบิ และนางาระซึ่งไหลผ่านเมือง ปัจจุบันอุอากิเป็นกิจกรรมที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวและทำรายได้ให้กับคนที่นี่ได้อย่างงามทีเดียว |
Yokokuraji Temple (Tanigumi Village)
วัดแห่งนี้อยู่ในหมู่บ้านทานิกูมิ มีชื่อเรียกว่า "Shosoin (warehouse) of Mino" สาเหตุที่ได้รับการขนานนามแบบนี้ เนื่องจากเป็นที่เก็บรักษาและบูชาเครื่องใช้ตามราชประเพณี ซึ่งได้รับการจดทะเบียนให้เป็นสมบัติที่สำคัญทางวัฒนธรรมของชาติ ตัวอาคารหลักของวัดแห่งนี้ จะเป็นเจดีย์สามชั้นซึ่งมีประตูที่สวยงามมาก ทางเดินปูลาดด้วยหินยามย่างเข้าฤดูใบไม้เปลี่ยนสีและผลัดใบลงมา ทางเดินแห่งนี้จะปกคลุมไปด้วยใบไม้สีแดงเหมือนพรมชั้นดีที่ธรรมชาติบรรจงสร้างให้มา เริ่มจินตนาการเห็นภาพความงามแล้วใช่มั๊ยคะ ลองไปดูที่อื่นกันมั่งดีก่า... |
Shirakawago
ศิลปะสไตล์แกซโซ (Gassho) ในหมู่บ้าน Shirakawa และ Gokayama ในเมือง Toyama หลังคาจะมีรูปแบบเฉพาะตัวถูกออกแบบโดยองค์กรยูเนสโก(UNESCO) ในปี 1995 สถาปัตยกรรมที่มีลักษณะเฉพาะตัวนี้ได้พัฒนาขึ้นมาเพื่อการอยู่รอดในฤดูหนาวซึ่งจะมีหิมะปกคลุมหนามาก และเหมาะสำหรับครอบครัวขนาดใหญ่ซึ่งเป็นวิถีชีวิตส่วนใหญ่ของคนที่นี่ที่ยังอยู่รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่ ถ้าจะชมหมู่บ้านนี้ให้ได้บรรยากาศก็ควรจะไปหน้าหนาวนะคะ |
Kokeizan Eihoji Temple (Tajimi City)
วัดแห่งนี้จะเป็นที่รู้จักกันดี ซึ่งเป็นที่ที่นักบวชจากทั่วทุกสารทิศจะมาฝึกบำเพ็ญบุญ เป็นวัดเก่าแก่ที่ถูกค้นพบโดย Mudokokushi เมื่อ 680 ปีมาแล้ว ที่สำคัญสถาปัตยกรรมที่มีชื่อว่า "Kannondo" เป็นที่รู้จักกันดีในตัวแทนของศาสนาพุทธนิยกายเซน ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมในช่วงยุคสมัยกลางและได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นสมบัติของชาติด้วย นอกจากจะดื่มด่ำกับความขลังแล้วยังมีสวนญี่ปุ่นสวยๆรายรอบอีกด้วย |
Gero Spa (Gero Town)
สปาแห่งนี้มีประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 1,000 ปี และเป็นหนึ่งในสามของสปาที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่นเลยทีเดียว (อีกสองแห่งที่ขึ้นชื่อคือ Kusatsu และ Arima) มีโรงแรมและรีสอร์ทถึง 90 แห่งยาวตลอดแม่น้ำมัตชิตะ(Mashita river) Gero เป็นที่รู้จักกันในเรื่องรีสอร์ทตั้งแต่ยุคโบราณ เรียกว่า "Kur" ซึ่งมีน้ำพุร้อนที่น้ำใสแจ๋วไม่มีสี และมีสรรพคุณช่วยรักษาโรคปวดตามข้อ จึงเป็นที่เลื่องลือมีผู้มาใช้บริการกันจำนวนมาก |
Okuhida Spa Resort
โอคุฮิดะสปา เป็นรีสอร์ทที่ตั้งอยู่ใกล้เชิงเขาเทือกเขาแอลป์จึงมีนักสกีและนักปีนเขานิยมมาพักแรมกันที่นี่ นอกจากนี้สปาแห่งนี้ยังรวมอยู่ในกลุ่มสปาที่ขึ้นชื่อบริเวณเชิงเขาแอลป์อีก 5 แห่ง คือ Hirayu, Fukuchi, Shin-hirayu, Tochio, Shinhodaka และด้วยรูปแบบของสปาที่เปิดโล่ง โอบล้อมด้วยขุนเขาและธรรมชาติพร้อมด้วยเครื่องอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน จึงทำให้รีสอร์ทแห่งนี้มีชื่อเสียงและมีนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสกับธรรมชาติอย่างแท้จริงเดินทางมาใช้บริการกันอย่างต่อเนื่อง |
Flower Festa Commemorative Park (Kani City)
จังหวัดกิฟุได้จัดเทศกาลไม้ดอกเพื่อโปรโมทว่าเป็นเมืองแห่งดอกไม้ โดยจะมีดอกไม้หลากหลายชนิดแข่งกันโชว์ความงามในแต่ละฤดู สวนแห่งนี้มีพื้นที่ 80.7 เอเคอร์ มีสวนดอกกุหลาบใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นด้วยต้นกุหลาบกว่า 41,000 ต้น หรือ 1,250 สายพันธุ์ นอกจากนี้ยังมีหอชมความงามของไม้ดอกที่สร้างสูงจากพื้นดินถึง 45 เมตร ทำให้สามารถชมความงามได้โดยรอบ |
VR Techno Japan (Kakamigahara City)
ญี่ปุ่นเล็งเห็นถึงความสำคัญของการแข่งขันทางด้านเทคโนโลยีในยุคศตวรรษที่ 21 จึงมีการจัดตั้งศูนย์การวิจัยและพัฒนาทางด้านเทคโนโลยี เพื่อเป็นการพยายามพัฒนาระบบการผลิตทื่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้นในภาคอุตสาหกรรม และคาดหวังว่าข้อมูลในการวิจัยจะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับหลายๆสาขา เพื่อเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีต่อไปในอนาคต |
Gifu Prefectural Museum (Seki City)
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้แสดงถึงประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม และระบบสิ่งแวดล้อมของจังหวัดกิฟุทั้งหมด ไปที่นี่แล้วท่านจะตื่นตาตื่นใจกับซากฟอสซิลและชิ้นส่วนอุกกาบาตที่ค้นพบที่นี่ และเรียนรู้ถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 4.6 พันล้านปีมาแล้ว |
Mino Ceramic Ware ( in Tajimi , Mizunami and Kasahara )
Mino เป็นอุตสาหกรรมเครื่องปั้นดินเผาที่ขึ้นชื่อ ซึ่งมีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 8 เมื่อยุคพิธีชงชากำลังรุ่งเรือง และถ้วยชาที่มีคุณภาพสูงก็ผลิตได้ที่นี่เมื่อปลายศตวรรษที่ 16 เช่น "Shino" และ "Oribe" ปัจจุบันมิโนะก็ยังคงเป็นศูนย์กลางในการผลิตเครื่องปั้นดินเผาที่ได้รับความนิยม ทั้งจาน ชาม และแจกันดอกไม้ |
Japanese Sword (Seki City)
เมืองเซกิเป็นที่รู้จักกันอย่างดีในการทำดาบญี่ปุ่นตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 เป็นต้นมา ปัจจุบันเมืองนี้ก็ยังคงเป็นศูนย์กลางในการผลิตดาบญี่ปุ่นรวมถึงมีดชนิดต่างๆ และยังมีการสาธิตการทำดาบให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมเมืองนี้ได้ชมกันอีกด้วย |