ฮ็อกไกโด (Hokkaido)

เกาะฮ็อกไกโดน่าจะเป็นอีกที่หนึ่งที่หลายคนใฝ่ฝันอยากจะไปเยือน ด้วยเทศกาลหิมะที่ขึ้นชื่อของเมืองซัปโปโร และด้วยภูมิศาสตร์ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ เช่น ภูเขา แม่น้ำ ทะเลสาป และทะเล จึงทำให้เมืองนี้มีเสน่ห์ที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนจำนวนมากทุกปี และยังมีกิจกรรมหลากหลาย เช่น สกี ล่องแพ ไว้รอนักผจญภัยทั้งหลายให้มาท้าทายความมันส์กันนะคะ

  

ก่อนอื่นก็มาลองเช็คสภาพอากาศกันก่อนนะคะ จะได้วางแผนจัดกระเป๋าเอาเสื้อผ้าไปได้ถูกต้องเหมาะกับสภาพอากาศกันนะคะ

 อุณหภูมิโดยเฉลี่ยในเมืองซัปโปโร (องศาเซลเซียส)

 เดือน

องศา 

เดือน 

องศา 

 มกราคม

 - 3.1

กรกฎาคม 

 22.2

 กุมภาพันธ์

 - 3.8

 สิงหาคม

 23.9

 มีนาคม

 0.2

 กันยายน

 18.6

 เมษายน

 6.1

 ตุลาคม

 11.6

 พฤษภาคม

 14.0

 พฤศจิกายน

 5.5

 มิถุนายน

 16.7

 ธันวาคม

 - 1.1

 ซัปโปโร (Sapporo)

 ซัปโปโรเป็นเมืองหลวงของเกาะฮ็อกไกโด ใช้เวลาเดินทางจากกรุงโตเกียวโดยเครื่องบิน 1 ชั่วโมง 25 นาที เป็นศูนย์กลางทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรม เปรียบเสมือนประตูสู่เกาะฮ็อกไกโด ผังเมืองของซัปโปโรค่อนข้างเป็นระเบียบเหมือนตารางหมากรุกซึ่งรูปแบบจะคล้ายกับเกียวโต เมืองหลวงเก่าของญี่ปุ่น หัวใจหลักของเมืองนี้อยู่ที่สวนโอโดริ (Odori Park) ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองทอดตัวจากด้านตะวันออกไปจรดฝั่งตะวันตกของตัวเมือง สัปดาห์แรกของเดือนกุมภาพันธ์ ถนนสายหลักในตัวเมืองจะเรียงรายไปด้วยน้ำพุและสวนโอโดริ (Odori Koen) ซึ่งถนนสายหลักนี้จะเป็นที่จัดงานเทศกาลหิมะที่มีชื่อเสียงของซัปโปโระ ในงานจะมีการแสดงรูปปั้นหิมะและรูปแกะสลักน้ำแข็งของทั้งมืออาชีพและสมัครเล่นตั้งตระหง่านอยู่ ทางเหนือของโอโดริโคเอ็นเพียงไม่กี่ช่วงตึกเป็นสถานีรถไฟซัปโปโระ และตรงจุดนี้ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือเป็นมหาวิทยาลัยฮ็อกไกโด ทางใต้จะเข้าสู่ทานูกิโคจิ (Tanuki-Koji) แหล่งรวมร้านค้าและร้านอาหาร และใกล้ๆกันจะพบกับตลาดนิโจซึ่งเป็นที่รวมของฝากของที่ระลึก สินค้าเครื่องใช้ในท้องถิ่นและอาหารมากมายให้ได้ลิ้มลองกัน ทางใต้สุดของโอโดริโคเอ็นคือย่านซุซุคิโนะ (Susukino) แหล่งท่องเที่ยว(ผีเสื้อ)ราตรีและศูนย์กลางของอาหารจานด่วนแบบซัปโปโระ เรียกว่า ราเม็ง โยโคะโจ (Ramen Yokocho) อยากทราบว่าเป็นอย่างไรคงต้องหาโอกาสไปชิมกันนะคะ

หอนาฬิกา (Clock Tower Building) เป็นสัญลักษณ์ของเมืองซัปโปโร สร้างขึ้นในปี 1878 โดยมหาวิทยาลัยฮ็อกไกโด ตึกแห่งนี้ยังเป็นพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านที่ถ่ายทอดประวัติศาสตร์ของเมืองนี้ให้กับผู้มาเยือน ทุกชั่วโมงเสียงระฆังยังคงตีกังวาลบ่งบอกความมีชีวิตชีวาของเมืองนี้ หลังจากแวะชมสัญญลักษณ์ของเมืองไปแล้ว ลองแวะไปชมทัศนียภาพของทั้งเมืองที่ Mt. Moiwa เป็นที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมไปปิคนิคกัน ด้วยความสูง 531 เมตรจากพื้นดินทำให้เห็นบรรยากาศของทั้งเมืองจากมุมสูง เดินทางขึ้นไปด้วยเคเบิ้ลคาร์เพียง 5 นาที ที่สุดท้ายที่จะแนะนำกันก็คือ ซัปโปโรโดม (Sapporo Dome) เป็นอาคารเอนกประสงค์ และสนามกีฬาที่เคยใช้จัดการแข่งขันฟุตบอล FIFA World Cup ภายในยังมีลานกีฬาอีกหลายประเภทไว้บริการ และมีร้านค้าขายของให้ช้อปกันอีกด้วย

 ฮาโกดาเตะ (Hakodate)

 ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของซัปโปโร เพียงข้ามช่องแคบสึงารุ(Tsugaru) จากอาโอะโมริ(Aomori) และปลายเหนือสุดของเกาะฮอนชูก็จะมาถึงฮาโกดาเตะ ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ของท่าเรือในญี่ปุ่นที่เปิดค้าขายกับต่างชาติในปี 1895 ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาฮาโกดาเตะจึงเป็นท่าเรือที่สำคัญสู่ฮ็อกไกโด ด้วยสีสรรของตลาดยามเช้าที่ Asaichi ที่เป็นตลาดขายส่งของทะเลสดๆขนาดใหญ่ สามารถหาซื้อปลาสดและผักสดในราคาขายส่งได้ที่นี่ตั้งแต่เช้ามืด


วิวจากบนภูเขาฮาโกดาเตะ
ป้อมโงะเรียวคะคุ(Goryokaku) เป็นป้อมรูปดาวที่สร้างเป็นอนุสรณ์สถานแก่ผู้ที่เสียสละต่อสู้เพื่อเกาะฮ็อกไกโด สร้างขึ้นในปี 1864 เป็นป้อมสไตล์ตะวันตกแห่งแรกในญี่ปุ่น ปัจจุบันเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมชม ภายในมีพิพิธภัณฑ์ที่แสดงถึงช่วงสงครามในระหว่างปี 1868-1869 และยังมีหอคอยที่สูง 60 เมตรสามารถชมวิวความงามรอบๆได้จากที่นี่ ยามค่ำคืนก็ขอแนะนำให้ไปลองขึ้นเคเบิ้ลคาร์ที่ภูเขาฮาโกดาเตะ (Mt. Hakodate) ซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของเมืองฮาโกดาเตะ ใช้เวลาเพียง 20 นาทีหรือถ้าจะขับรถขึ้นไปเองก็ประมาณ 30 นาที ท่านก็จะขึ้นไปอยู่ ณ จุดชมวิวที่จะเห็นทัศนียภาพยามค่ำคืนที่สวยที่สุดในภูมิภาคนี้ แสงไฟจากทั่วทั้งเมืองสว่างไสว บรรยากาศสุดแสนจะโรแมนติกเชียวละคุณ และมาถึงเมืองนี้ทั้งทีลองแวะเข้าไปใช้บริการสปาที่ Yunokawa Spa เดินทางโดยรถประมาณ 30 นาทีจากฮาโกดาเตะ บรรยากาศเก่าๆ เงียบสงบ แช่น้ำพุร้อนผ่อนคลายความเมื่อยล้า ก็น่าจะเป็นการผักผ่อนที่เข้าทีทีเดียว

 โอตารุ-ชาโคตัง-นิเซโกะ (Otaru-Shakotan-Niseko)

 โอตารุ อยู่ทางตะวันตกของซัปโปโร ใช้เวลาเดินทาง 35 นาทีโดยรถไฟด่วนจากซัปโปโร เป็นเมืองท่าที่มีชีวิตชีวาด้วยเป็นฝั่งทางด้านตะวันตกที่ใหญ่ที่สุดของเกาะฮ็อกไกโด เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงทางด้านงานกระจก,แก้ว
นิเซโกะ ห่างจากซัปโปโร 2 ชั่วโมงโดยรถไฟด่วน เส้นทางรถยนต์จะอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลถึง 800 เมตร เมืองนี้ทอดตัวไปตามแนวเขานิเซโกะ จึงเป็นเมืองในหุบเขาที่มีบรรยากาศของธรรมชาติอย่างแท้จริง ในหน้าหนาวจึงเป็นที่ที่เหมาะในการเล่นสกี และกีฬาหน้าหนาวด้วยอุปกรณ์ที่ทันสมัยครบครัน ระหว่างหุบเขาจะมีสปาที่น่าสนใจอยู่หลายที่เพื่อรอต้อนรับนักท่องเที่ยว เช่น นิเซโกะ(Niseko), คอมบุ(Kombu) และยูโมะโตะ(Yumoto)
ชาโคตัง เป็นดินแดนเล็กๆปลายแหลมของเกาะฮ็อกไกโด ประกอบไปด้วยชายฝั่งที่เว้าแหว่ง ลานสกี และที่ตั้งแคมป์มากมาย สามารถตกปลาและแล่นเรือในทะเลญี่ปุ่น หรือชมความงามของอาทิตย์ยามอัสดงที่งดงามที่ชาโคตังมิซากิ (Shakotanmisaki) และคามุยมิซากิ (Kamui-misaki)

 อะกัง-คุชิโร (Akan-Kushiro)

 ทะเลสาปคุสชะโรโกะ (Kussharo-ko) เป็นทะเลสาปปิดที่ใหญ่ที่สุดบนเกาะฮ็อกไกโด และเป็นแหล่งเกิดของคุสชิ (Kusshi) สัตว์ประหลาดของญี่ปุ่น มีอนเซ็น 3 แห่งรอบๆคุสชะโร ได้แก่ ซุนายุ(Sunayu spa) ซึ่งมีทรายร้อนให้ลองสัมผัสด้วย, คาวายุ(Kawayu spa) และวาโกโตะ(Wakoto spa)
ทะเลสาปอะกัง (Lake Akan) มีสิ่งดึงดูดเป็นสาหร่ายเขียวลูกกลมๆ เรียกว่า มาริโมะ (marimo) หรือภูติสวรรค์
อุทยานแห่งชาติอะกัง (Akan National Park) หากเดินทางเลียบไปตามชายฝั่งทางใต้ของฮ็อกไกโดไปทางตะวันออก จะได้พบกับเมืองท่าคุชิโร ซึ่งมีสถาปัตยกรรมล้ำยุคตัดกับท่าเทียบเรือที่แสนจะธรรมดา เป็นแหล่งที่นกกระเรียนอพยพมาอยู่ และที่อุทยานแห่งนี้มีสัตว์ที่หายากหลายชนิดที่รัฐบาลออกกฎหมายคุ้มครอง คุชิโรสามารถเดินทางไปอย่างง่ายๆด้วยเรือเฟอรี เครื่องบินหรือรถไฟจากโตเกียว

 ชิกตสึ-โทยะ (Shikotsu-Toya)

 ชิกตสึโทยะ (Shikotsu-Toya) เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีคนไปเยือนมากที่สุดในฮ็อกไกโด ตั้งอยู่ระหว่างฮาโกดาเตะและซัปโปโร ใกล้ๆกับสนามบินจิโตเสะ(Chitose) มีทะเลสาปปากปล่องภูเขาไฟขนาดใหญ่ติดกับซัปโปโร ชื่อ ชิกตสึ (Lake Shikotsu) ที่สวยงามน้ำมีสีฟ้าเข้ม รวมทั้งมีหมู่บ้านชาวประมงชิกตสึโคฮัน ซึ่งมีบริการที่พักและพานั่งเรือเที่ยว
ทะเลสาปโทยะ (Lake Toya) เป็นทะเลสาปรูปวงกลม ตั้งอยู่ทางใต้ของชิกตสึ มีเรือบริการข้ามระหว่างเกาะเล็กๆ 4 เกาะ และมีทิวทัศน์ที่งดงามบนเขาโยะเทอิซัง(Yoteiazn) ซึ่งอยู่ห่างไปทางเหนือ 1,890 เมตร เส้นทางจากชิกตสึไปสู่ทารุมาเอะนั้นต้องผ่าน โคเคะ โนะ โดมง (Koke no Domon) หรือหุบเขาตะไคร่น้ำ ซึ่งทั้งงามตรึงตาและน่าหวาดเสียวไปพร้อมๆกัน
ภูเขาไฟโชวะ ชินซัง (Mt.Showa Shinzan) ภูเขาไฟลูกเล็กทางใต้ซึ่งโผล่พ้นผิวโลกขึ้นมาเมื่อปี 1944 อยู่ข้างๆภูเขาไฟอุซุซัง ซึ่งได้ระเบิดบ่อยๆ และล่าสุดระเบิดในปี 2000 เมื่อนั่งเคเบิ้ลคาร์ไปที่ตีนเขาโชวะ ชินซัง ท่านจะได้เห็นปากปล่องของภูเขาไฟอุซุซังนี้

 ไดเซ็ทสึซัง (Daisetsuzan)

 อะซาฮิคาวะ (Asahikawa) เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองในเกาะฮ็อกไกโด รองจากซัปโปโร มีชื่อเสียงทางด้านผลิตเฟอร์นิเจอร์ ใช้เวลาเดินทางจากซัปโปโร 1.5 ชั่วโมง และต่อรถไฟอีก 1 ชั่วโมงก็จะถึง ฟุราโนะ(Furano) ทุ่งดอกลาเวนเดอร์ที่บานรอรับนักท่องเที่ยวในต้นฤดูร้อน เป็นอีกที่หนึ่งที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว



ข้อมูลอ้างอิงจาก : siamkane.com
Link ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
Nagano City