ซัปโปโร (Sapporo) |
ซัปโปโรเป็นเมืองหลวงของเกาะฮ็อกไกโด ใช้เวลาเดินทางจากกรุงโตเกียวโดยเครื่องบิน 1 ชั่วโมง 25 นาที เป็นศูนย์กลางทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรม เปรียบเสมือนประตูสู่เกาะฮ็อกไกโด ผังเมืองของซัปโปโรค่อนข้างเป็นระเบียบเหมือนตารางหมากรุกซึ่งรูปแบบจะคล้ายกับเกียวโต เมืองหลวงเก่าของญี่ปุ่น หัวใจหลักของเมืองนี้อยู่ที่สวนโอโดริ (Odori Park) ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองทอดตัวจากด้านตะวันออกไปจรดฝั่งตะวันตกของตัวเมือง สัปดาห์แรกของเดือนกุมภาพันธ์ ถนนสายหลักในตัวเมืองจะเรียงรายไปด้วยน้ำพุและสวนโอโดริ (Odori Koen) ซึ่งถนนสายหลักนี้จะเป็นที่จัดงานเทศกาลหิมะที่มีชื่อเสียงของซัปโปโระ ในงานจะมีการแสดงรูปปั้นหิมะและรูปแกะสลักน้ำแข็งของทั้งมืออาชีพและสมัครเล่นตั้งตระหง่านอยู่ ทางเหนือของโอโดริโคเอ็นเพียงไม่กี่ช่วงตึกเป็นสถานีรถไฟซัปโปโระ และตรงจุดนี้ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือเป็นมหาวิทยาลัยฮ็อกไกโด ทางใต้จะเข้าสู่ทานูกิโคจิ (Tanuki-Koji) แหล่งรวมร้านค้าและร้านอาหาร และใกล้ๆกันจะพบกับตลาดนิโจซึ่งเป็นที่รวมของฝากของที่ระลึก สินค้าเครื่องใช้ในท้องถิ่นและอาหารมากมายให้ได้ลิ้มลองกัน ทางใต้สุดของโอโดริโคเอ็นคือย่านซุซุคิโนะ (Susukino) แหล่งท่องเที่ยว(ผีเสื้อ)ราตรีและศูนย์กลางของอาหารจานด่วนแบบซัปโปโระ เรียกว่า ราเม็ง โยโคะโจ (Ramen Yokocho) อยากทราบว่าเป็นอย่างไรคงต้องหาโอกาสไปชิมกันนะคะ
หอนาฬิกา (Clock Tower Building) เป็นสัญลักษณ์ของเมืองซัปโปโร สร้างขึ้นในปี 1878 โดยมหาวิทยาลัยฮ็อกไกโด ตึกแห่งนี้ยังเป็นพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านที่ถ่ายทอดประวัติศาสตร์ของเมืองนี้ให้กับผู้มาเยือน ทุกชั่วโมงเสียงระฆังยังคงตีกังวาลบ่งบอกความมีชีวิตชีวาของเมืองนี้ หลังจากแวะชมสัญญลักษณ์ของเมืองไปแล้ว ลองแวะไปชมทัศนียภาพของทั้งเมืองที่ Mt. Moiwa เป็นที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมไปปิคนิคกัน ด้วยความสูง 531 เมตรจากพื้นดินทำให้เห็นบรรยากาศของทั้งเมืองจากมุมสูง เดินทางขึ้นไปด้วยเคเบิ้ลคาร์เพียง 5 นาที ที่สุดท้ายที่จะแนะนำกันก็คือ ซัปโปโรโดม (Sapporo Dome) เป็นอาคารเอนกประสงค์ และสนามกีฬาที่เคยใช้จัดการแข่งขันฟุตบอล FIFA World Cup ภายในยังมีลานกีฬาอีกหลายประเภทไว้บริการ และมีร้านค้าขายของให้ช้อปกันอีกด้วย |
ฮาโกดาเตะ (Hakodate) |
ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของซัปโปโร เพียงข้ามช่องแคบสึงารุ(Tsugaru) จากอาโอะโมริ(Aomori) และปลายเหนือสุดของเกาะฮอนชูก็จะมาถึงฮาโกดาเตะ ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ของท่าเรือในญี่ปุ่นที่เปิดค้าขายกับต่างชาติในปี 1895 ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาฮาโกดาเตะจึงเป็นท่าเรือที่สำคัญสู่ฮ็อกไกโด ด้วยสีสรรของตลาดยามเช้าที่ Asaichi ที่เป็นตลาดขายส่งของทะเลสดๆขนาดใหญ่ สามารถหาซื้อปลาสดและผักสดในราคาขายส่งได้ที่นี่ตั้งแต่เช้ามืด
วิวจากบนภูเขาฮาโกดาเตะ
ป้อมโงะเรียวคะคุ(Goryokaku) เป็นป้อมรูปดาวที่สร้างเป็นอนุสรณ์สถานแก่ผู้ที่เสียสละต่อสู้เพื่อเกาะฮ็อกไกโด สร้างขึ้นในปี 1864 เป็นป้อมสไตล์ตะวันตกแห่งแรกในญี่ปุ่น ปัจจุบันเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมชม ภายในมีพิพิธภัณฑ์ที่แสดงถึงช่วงสงครามในระหว่างปี 1868-1869 และยังมีหอคอยที่สูง 60 เมตรสามารถชมวิวความงามรอบๆได้จากที่นี่ ยามค่ำคืนก็ขอแนะนำให้ไปลองขึ้นเคเบิ้ลคาร์ที่ภูเขาฮาโกดาเตะ (Mt. Hakodate) ซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของเมืองฮาโกดาเตะ ใช้เวลาเพียง 20 นาทีหรือถ้าจะขับรถขึ้นไปเองก็ประมาณ 30 นาที ท่านก็จะขึ้นไปอยู่ ณ จุดชมวิวที่จะเห็นทัศนียภาพยามค่ำคืนที่สวยที่สุดในภูมิภาคนี้ แสงไฟจากทั่วทั้งเมืองสว่างไสว บรรยากาศสุดแสนจะโรแมนติกเชียวละคุณ และมาถึงเมืองนี้ทั้งทีลองแวะเข้าไปใช้บริการสปาที่ Yunokawa Spa เดินทางโดยรถประมาณ 30 นาทีจากฮาโกดาเตะ บรรยากาศเก่าๆ เงียบสงบ แช่น้ำพุร้อนผ่อนคลายความเมื่อยล้า ก็น่าจะเป็นการผักผ่อนที่เข้าทีทีเดียว
|
โอตารุ-ชาโคตัง-นิเซโกะ (Otaru-Shakotan-Niseko) |
โอตารุ อยู่ทางตะวันตกของซัปโปโร ใช้เวลาเดินทาง 35 นาทีโดยรถไฟด่วนจากซัปโปโร เป็นเมืองท่าที่มีชีวิตชีวาด้วยเป็นฝั่งทางด้านตะวันตกที่ใหญ่ที่สุดของเกาะฮ็อกไกโด เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงทางด้านงานกระจก,แก้ว
นิเซโกะ ห่างจากซัปโปโร 2 ชั่วโมงโดยรถไฟด่วน เส้นทางรถยนต์จะอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลถึง 800 เมตร เมืองนี้ทอดตัวไปตามแนวเขานิเซโกะ จึงเป็นเมืองในหุบเขาที่มีบรรยากาศของธรรมชาติอย่างแท้จริง ในหน้าหนาวจึงเป็นที่ที่เหมาะในการเล่นสกี และกีฬาหน้าหนาวด้วยอุปกรณ์ที่ทันสมัยครบครัน ระหว่างหุบเขาจะมีสปาที่น่าสนใจอยู่หลายที่เพื่อรอต้อนรับนักท่องเที่ยว เช่น นิเซโกะ(Niseko), คอมบุ(Kombu) และยูโมะโตะ(Yumoto)
ชาโคตัง เป็นดินแดนเล็กๆปลายแหลมของเกาะฮ็อกไกโด ประกอบไปด้วยชายฝั่งที่เว้าแหว่ง ลานสกี และที่ตั้งแคมป์มากมาย สามารถตกปลาและแล่นเรือในทะเลญี่ปุ่น หรือชมความงามของอาทิตย์ยามอัสดงที่งดงามที่ชาโคตังมิซากิ (Shakotanmisaki) และคามุยมิซากิ (Kamui-misaki) |
อะกัง-คุชิโร (Akan-Kushiro) |
ทะเลสาปคุสชะโรโกะ (Kussharo-ko) เป็นทะเลสาปปิดที่ใหญ่ที่สุดบนเกาะฮ็อกไกโด และเป็นแหล่งเกิดของคุสชิ (Kusshi) สัตว์ประหลาดของญี่ปุ่น มีอนเซ็น 3 แห่งรอบๆคุสชะโร ได้แก่ ซุนายุ(Sunayu spa) ซึ่งมีทรายร้อนให้ลองสัมผัสด้วย, คาวายุ(Kawayu spa) และวาโกโตะ(Wakoto spa)
ทะเลสาปอะกัง (Lake Akan) มีสิ่งดึงดูดเป็นสาหร่ายเขียวลูกกลมๆ เรียกว่า มาริโมะ (marimo) หรือภูติสวรรค์
อุทยานแห่งชาติอะกัง (Akan National Park) หากเดินทางเลียบไปตามชายฝั่งทางใต้ของฮ็อกไกโดไปทางตะวันออก จะได้พบกับเมืองท่าคุชิโร ซึ่งมีสถาปัตยกรรมล้ำยุคตัดกับท่าเทียบเรือที่แสนจะธรรมดา เป็นแหล่งที่นกกระเรียนอพยพมาอยู่ และที่อุทยานแห่งนี้มีสัตว์ที่หายากหลายชนิดที่รัฐบาลออกกฎหมายคุ้มครอง คุชิโรสามารถเดินทางไปอย่างง่ายๆด้วยเรือเฟอรี เครื่องบินหรือรถไฟจากโตเกียว |
ชิกตสึ-โทยะ (Shikotsu-Toya) |
ชิกตสึโทยะ (Shikotsu-Toya) เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีคนไปเยือนมากที่สุดในฮ็อกไกโด ตั้งอยู่ระหว่างฮาโกดาเตะและซัปโปโร ใกล้ๆกับสนามบินจิโตเสะ(Chitose) มีทะเลสาปปากปล่องภูเขาไฟขนาดใหญ่ติดกับซัปโปโร ชื่อ ชิกตสึ (Lake Shikotsu) ที่สวยงามน้ำมีสีฟ้าเข้ม รวมทั้งมีหมู่บ้านชาวประมงชิกตสึโคฮัน ซึ่งมีบริการที่พักและพานั่งเรือเที่ยว
ทะเลสาปโทยะ (Lake Toya) เป็นทะเลสาปรูปวงกลม ตั้งอยู่ทางใต้ของชิกตสึ มีเรือบริการข้ามระหว่างเกาะเล็กๆ 4 เกาะ และมีทิวทัศน์ที่งดงามบนเขาโยะเทอิซัง(Yoteiazn) ซึ่งอยู่ห่างไปทางเหนือ 1,890 เมตร เส้นทางจากชิกตสึไปสู่ทารุมาเอะนั้นต้องผ่าน โคเคะ โนะ โดมง (Koke no Domon) หรือหุบเขาตะไคร่น้ำ ซึ่งทั้งงามตรึงตาและน่าหวาดเสียวไปพร้อมๆกัน
ภูเขาไฟโชวะ ชินซัง (Mt.Showa Shinzan) ภูเขาไฟลูกเล็กทางใต้ซึ่งโผล่พ้นผิวโลกขึ้นมาเมื่อปี 1944 อยู่ข้างๆภูเขาไฟอุซุซัง ซึ่งได้ระเบิดบ่อยๆ และล่าสุดระเบิดในปี 2000 เมื่อนั่งเคเบิ้ลคาร์ไปที่ตีนเขาโชวะ ชินซัง ท่านจะได้เห็นปากปล่องของภูเขาไฟอุซุซังนี้ |
ไดเซ็ทสึซัง (Daisetsuzan) |
| อะซาฮิคาวะ (Asahikawa) เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองในเกาะฮ็อกไกโด รองจากซัปโปโร มีชื่อเสียงทางด้านผลิตเฟอร์นิเจอร์ ใช้เวลาเดินทางจากซัปโปโร 1.5 ชั่วโมง และต่อรถไฟอีก 1 ชั่วโมงก็จะถึง ฟุราโนะ(Furano) ทุ่งดอกลาเวนเดอร์ที่บานรอรับนักท่องเที่ยวในต้นฤดูร้อน เป็นอีกที่หนึ่งที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว
|